7 พฤติกรรมทำลายสุขภาพของคนวัยทำงาน 

สาระความรู้

ใครเป็นกันบ้างที่ตอนเรียนก็แข็งแรงดี แต่พอเริ่มทำงานมาซักพัก รู้สึกไม่เฟรชเหมือนแต่ก่อน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น แต่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น พอก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ทำให้มีความเครียดจากภาระหน้าที่ที่มากขึ้น และยังมีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง เพราะนอกจากเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำงานแล้ว ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่คนวัยทำงานอย่างเรา แอบเผลอทำอยู่บ่อย ๆ จนไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว มาดู 7 พฤติกรรมเสี่ยงทำลายสุขภาพคนวัยทำงานกันดีกว่า

1. อดอาหารเช้า หรือทานข้าวไม่ตรงเวลา

เพราะชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ ต้องรีบตื่นและออกจากบ้านก่อนรถติดเพื่อให้ไปทำงานให้ทัน อาจทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่ทานข้าวเช้าแล้วไปทำงานเลย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เราเสี่ยงโรคได้ การไม่รับประทานมื้อเช้า จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดสภาวะสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม ในขณะที่การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ก็อาจเสี่ยงต่อโรคกระเพาะได้ และถ้าเป็นคนทานอาหารดึกแล้วเข้านอนเลยด้วยนั้น ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อนได้อีกด้วย

2. รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์

หลาย ๆ คนชอบฝากท้องไว้ที่ร้านสะดวกซื้อ หรือไม่ก็ชอบสั่งอาหาร Junk Food ทานอาหารสำเร็จรูปเป็นประจำ เพราะมีเวลาน้อย เลยเน้นสะดวกและเร็ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมการกินที่ค่อนข้างมีอันตรายอย่างมาก เพราะนอกจากอาหารสำเร็จรูปและอาหารจานด่วนทั้งหลายจะเต็มไปด้วยไขมัน และคอเลสเตอรอลในอัตราที่สูงมากแล้ว ยังมีน้ำตาลและโซเดียมสูง และกระบวนการผลิตอาหารสำเร็จรูปยังไปลดคุณค่าสารอาหารที่ควรจะได้รับให้น้อยลงกว่าเดิม ซึ่งถ้ายังไม่เลือกกินให้ดีล่ะก็ อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคตับ และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย

3. นั่งจ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไป

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่มักจะต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ซึ่งการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่พักสายตาเลย จะทำให้กล้ามเนื้อตาตึงเครียด เกิดเป็นอาการมองภาพไม่ชัด และมีอาการปวดหัวร่วมด้วย ซึ่งนอกจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับดวงตาแล้ว ยังมีปัญหาสุขภาพเช่น อาการปวดหลัง เมื่อยเอว ปวดคอ ปวดไหล่ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน ที่ก็มีสาเหตุมาจากการนั่งทำงานผิดท่า นั่งทำงานนานเกินไป ซึ่งทั้ง 2 พฤติกรรมนี้ สามารถแก้ได้โดยพักจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นระยะ เช่น ลองเซตเวลาพักทำงานทุก 1 ชั่วโมง ด้วยการพักสายตา มองออกไปในระยะไกล ๆ ซัก 3-5 นาที และเปลี่ยนท่านั่ง หรือลุกยืดเส้นยืดสาย เดินไปเข้าห้องน้ำ หรือหยิบอาหารว่างบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้พักซักเล็กน้อย แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ

4. กลั้นปัสสาวะขณะทำงาน ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำ

คนส่วนใหญ่เวลาตั้งใจทำงานแล้ว มักรู้สึกติดพัน จนหลาย ๆ คน แม้จะปวดปัสสาวะแล้ว ก็จะพยายามกลั้น ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำซักที เพราะกลัวเสียสมาธิ หรือบางคนอาจจะเป็นคนที่รักสะอาดมากจนไม่สะดวกที่จะเข้าห้องน้ำที่อื่นนอกจากบ้านตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงโรคอย่างมาก เพราะร่างกายจะระบายของเสียออกทางปัสสาวะ ทำให้การกลั้นปัสสาวะจะทำให้ไหลย้อนกลับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและกรวยไตอักเสบ และยังทำให้กล้ามเนื้อหูรูดที่กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรง จนทำให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ เกิดอาการฉี่กะปริบกะปรอย ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญว่า กล้ามเนื้อส่วนนั้นไม่แข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ทางที่ดีถ้าปวดปัสสาวะขึ้นมา แนะนำให้รีบลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อจะดีกว่า

 5. นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนดึก เป็นการทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างการทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งเรารู้กันอยู่แล้วว่า ร่างกายจะใช้ช่วงเวลาที่เรานอนหลับซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่าง ๆ ให้กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิมเมื่อเราตื่น การนอนดึก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะเป็นการทำร้ายร่างกายในระยะยาว ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น สมองทำงานได้ไม่เต็มที่ สมาธิระหว่างวันลดน้อยลง และอาจจะมีอาการอ่อนเพลียได้ ที่สำคัญ การนอนไม่พอ ยังเป็นสาเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเราควรจัดสรรเวลานอนให้ดี นอนหลับให้มีคุณภาพ และให้ครบ 6-8 ชั่วโมง เพื่อเช้าวันใหม่ที่สดชื่น สดใส พร้อมรับการทำงาน

6. ดื่มเหล้า สูบบุหรี่

สังคมวัยทำงานหลายแห่ง มักนิยมคลายเครียดด้วยการปาร์ตี้ หรือไม่ก็ไปร้านนั่งชิว ดื่มแอลกอฮอล์ สังสรรค์กับเพื่อน ยิ่งถ้าเป็น วันศุกร์แห่งชาติ หรือ FriYay ด้วยแล้ว บางคนจัดหนัก จัดเต็ม เมื่อทำบ่อย ๆ เข้า ก็อาจจะทำให้ระบบร่างกายรวน เกิดอาการพักผ่อนไม่เพียงพอร่วมด้วย ซึ่งการดื่มเหล้าเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อโรคตับแข็ง มะเร็งตับ หรือโรคหัวใจได้ หรือบางคนก็เน้นคลายเครียดด้วยการสูบบุหรี่ ซึ่งเราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และยังเป็นต้นเหตุของโรคร้าย เช่น โรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด ถ้ายังอยากสุขภาพแข็งแรง ควรลดพฤติกรรมคลายเครียดด้วยการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แล้วหันไปหากิจกรรมคลายเครียดอย่างอื่นแทน

7. ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากการทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ก็มีการออกกำลังกายเป็นประจำนี่แหละ ที่เป็นตัวช่วยสำคัญให้เราห่างไกลโรค เพราะนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และช่วยปรับสมดุลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้ทำงานอย่างดีแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้ด้วย เพราะเวลาที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมา ซึ่งหนึ่งในฮอร์โมนที่สำคัญที่ร่างกายจะหลั่งหลังจากออกกำลังกายเสร็จก็คือ เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุข ทำให้เรารู้สึกสบายใจและคลายเครียดได้


www.starworkchiangmai.com ใช้คุกกี้ (Cookies)

www.starworkchiangmai.com ใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและนำเสนอ ประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับผู้อ่าน บนของเว็บไซต์เรา www.starworkchiangmai.com โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนตั้งค่าใดๆ ทาง www.starworkchiangmai.com ถือว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา