fbpx
You always have two choices: Your commitment versus your fear.
12 ตุลาคม 2018
If you are living out of a sense of obligation, you are a slave.
18 ตุลาคม 2018

ประวัติ Peter Thiel


ประวัติ Peter Thiel หนึ่งในแก๊ง Paypal Mafia คู่หู Elon Musk

จากนักเรียนกฎหมายก้าวสู่ Silicon Valley

Peter Thiel เกิดที่ประเทศเยอรมนี และได้ย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกา เนื่องจากพ่อของเขาเป็นวิศวกรเคมี เขาย้ายโรงเรียนบ่อยถึง 7 ครั้ง

หลังจบการศึกษาระดับมัธยม เขาได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญา และระดับปริญญาโท ด้านนิติศาสตร์ จาก Stanford University และหลังจากเริ่มทำงาน เขาเป็นคนเปลี่ยนงานบ่อยมาก จนสุดท้ายรู้ว่างานที่ผ่านมาไม่ตอบโจทย์ชีวิตเลย จึงตัดสินใจกลับแคลิฟอร์เนียในวัยเกือบ 30 ปี

ในตอนนั้นเอง เขาได้เล็งเห็นแล้วว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอินเตอร์เน็ต กำลังเข้ามามีบทบาทด้านเศรษฐกิจและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจระดมทุนจากครอบครัวและเพื่อนจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ Thiel Capital management จึงถือกำเนิด

จุดเริ่มต้นของ Paypal ที่เปลี่ยนจากการแข่งขันมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ

ผ่านไป 2 ปีกับโครงการต่างๆที่ไม่สำเร็จ ในปี 199 เขากับเพื่อนจึงตัดสินใจตั้งบริษัทซอฟ์แวร์ที่ชื่อว่า Confinity ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Fieldlink เป็นระบบชำระเงินและเข้ารหัสของเครื่อง Palm Pilot นักลงทุนยุคแรกได้แก่ Nokia Ventures, Deutsche Bank และ Bell Melton.

ปลายปี 1999 ระบบชำระเงินออนไลน์อย่าง PayPal  ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความคิดที่ว่าเงินกระดาษเป็นเทคโนโลยีโบราณ และเป็นการชำระเงินที่ไม่สะดวก เสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกขโทย PayPal เข้าสู่ตลาดหุ้นในปี 2002 และถูกซื้อกิจการไปโดย eBay มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ปี 2003 ก่อตั้ง Palantir ซึ่งเป็นบริษัทด้าน Cyber Security ขนาดใหญ่ ที่ CIA ได้ให้การสนับสนุนมูลค่า 20 พันล้านเหรียญ จนกลายมาเป้น Startup อันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนั้นเขายังเป็นนักลงทุนรายใหญ่กลุ่มแรกๆ ของ Facebook ด้วยเงินลงทุน 500,000 เหรียญ และมีมูลนิธิ Peter Thiel ถูกก่อตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์คือการพัฒนาวิทยาการด้านเทคโนโลยี รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ อีกทั้งเขายังเป็นผู้เขียนหนังสือ Zero to one ที่รวบรวมมุมมองและประสบการณ์ของเขาถือเป็นตำราของสตาร์ทอัพทั่วโลก

กุญแจแห่งความสำเร็จ

1. อย่าคิดที่จะเลียนแบบใคร หากทุกคนเดินตามรอยที่คนสำเร็จทิ้งไว้ให้ โลกจะมีการพัฒนาได้อย่างไร ความเก่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลแต่ละคนล้วนมีดีในแบบของตนเอง ไม่มีเหตุผลต้องไปลอกเลียนแบบใคร หาทางของตนเองให้เจอ ไม่สำคัญว่าก่อนหน้านี้เรียนอะไรมา มีประสบการณ์หรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่ความกล้า และลงมือทำ

2. ความขยันไม่ใช่โอกาสอีกต่อไป ความขยันตั้งใจเป็นเรื่องดีแต่ไม่ได้นำไปสู้โอกาสที่ดีเสมอไป ลองนึกดูว่าต้องนั่งทำงานแบบเดิมๆทุกวัน คาดหวังว่าจะมีคนเห็นและหยิบยื่นโอกาสให้ เมื่อรู้ตัวว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ อย่างแรกเลยคือต้องพาตัวเองไปอยู่ให้ถูกที่ และถูกเวลา ประกอบกับการตัดสินใจเลือกอย่างชาญฉลาด จะเพิ่มโอกาสมากกว่าเดิม

3. บางครั้งการแข่งขันถือเป็นสิ่งที่ดี ต้องทำใจยอมรับตั้งแต่แรกเลยว่า เมื่อตัดสินใจเป็นผู้ประกอบการแล้ว การแข่งขันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะดุเดือดแค่ไหน หากผ่านไปได้ นั่นหมายถึง การพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ต้องคอบดูว่า คู่แข่งทำอะไร ไปถึงไหนแล้ว อย่าสนใจแค่ธุรกิจของเราอย่างเดียว ยิ่งทิ้งห่างไปเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น