ความสุขของมนุษย์

สาระความรู้

ในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก การเรียนรู้และพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ ล้วนล้ำหน้า ก้าวหน้ามากขึ้นทุกวัน การเจริญทางด้านวัตถุมีมาก การติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย เครื่องสาธารณูปโภค ล้วนทันสมัย ตอบสนองความต้องของมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ รวดเร็ว ทันสมัย สะดวกสบาย ง่าย คล่องตัว แต่สังคมกลับเสื่อมถอยลงไปทุกวัน นั่นเพราะเหตุมาจากการเจริญทางด้านวัตถุมากกว่าจิตใจ ทำให้คนในสังคมนี้มองผิดเป็นถูก มองความชั่วร้ายเป็นเรื่องปกติ ความต้องการของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองและคนที่เรารัก โดยไม่ได้สนใจหรือคำนึงถึงความรู้สึกของบุคคลรอบกายสักเท่าไหร่ แต่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองนั้นมีทัดเทียมกับคนอื่น มีทุกอย่างไม่น้อยหน้าใคร มีเงินใช้สอยอย่างคล่องมือ เพียงพอต่อความต้องการ การอำนวยความสะดวกสบายอย่างที่สุด

ความสุขของมนุษย์นั้น ต้องการเพียงแค่ความสะดวกสบาย หรือ สุขอยู่ที่ใด ความสุขของบางคน อาจจะกลบเกลื่อนด้วยค่านิยมที่แตกต่างกันออกไป บางคน คิดว่า ความสุขนั้นขึ้นอยู่กับเงินทอง การมีทรัพย์สมบัติมาก ยิ่งมีมากก็ยิ่งแผ่ขยายอำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศของตนเองออกไปเรื่อยๆ และคิดว่านั่นคือความสุข นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่ปรารถนาแล้ว บางคนมีความสุขกับหน้าตา รูปร่าง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองนั้นสวย หล่อ หน้าตาดี ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จะศัลยกรรม ยกดั้ง อัพนม เสริมอึ๋ม ทำปากจู๋ เสริมเขี้ยว ฯลฯ ตลอดจนรูปร่างที่ผอมเพรียวตามกระแสนิยม ฯลฯ และคิดว่า ตนเองนั้นต้องหน้าตาดีมีคนชมมากมาย ไปที่ไหนต้องเป็นจุดสนใจ เป็นต้น เมื่อจารณาถึงสิ่งที่ต้องการแต่ละอย่างของคนในสังคมนั้น ล้วนแตกต่างกันออกไป เด็กๆ อาจจะต้องการความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว ที่ไม่ใช่ได้มาจากเงิน ไม่พอใจอะไร ขัดใจอะไร พ่อแม่ก็หาซื้อแต่ของแพงๆ ให้ หาที่เรียนโก้ๆ ไฮโซ หรูหราทันสมัย นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่ทำให้โดยไม่คำนึงความต้องการที่แท้จริงของลูก เป็นต้น สังคมปัจจุบันนั้นย่อมพบเจอแต่ปัญหาทำนองนี้เป็นส่วนใหญ่ โดยไม่ได้คำนึงถึงความพอเพียง ความต้องการจริงๆ จากใจ มีเพียงแต่ความต้องการทางสังคมและค่านิยม การสวมหน้ากากเข้าหากันจนลืมไปว่า ความสุขที่แท้จริงนั้น คืออะไร ได้มาจากไหน

บางคนร่ำรวยล้นฟ้า แต่หาความสุขให้กับตัวเองไม่ได้เลย บางคนสวยงาม หล่อเหลา หน้าตาดี แต่ หารักแท้ไม่เจอเลยก็มี มีเงินใช่ว่าจะซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างน้อยเงินก็ไม่สามารถซื้อความดี เวลา สุขภาพ คู่ครองที่ดี ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ ความรัก ฯลฯ ได้เลยทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเรานั้น เรามักจะแสวงหา และคิดไปเองว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นเป็นเพียงหน้ากากทางสังคมที่เราพากันสร้างมันขึ้นมา เพื่อสวมใส่ และ ปกติ บางสิ่งบางอย่างและทำสิ่งนั้นเพื่อทดแทนในสิ่งที่ตนเองขาดหายไป หากมองกันให้ดีๆ คนเรานั้นเกิดมา ก็มาตัวเปล่า เราไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลย เพียงแต่สิ่งที่หายไปนั้น มันวนเวียนอยู่ในจิตใจเราต่างหาก และ จิตนี้จะเป็นสมุดบันทึกกรรม บันทึกการกระทำ และ จดจำในสิ่งที่เรายึดติดกับมัน ทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่นั้นวิตกกังวล จนทำให้มีทุกข์ มากกว่าสุข และคิดว่า สิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่นั้น มันคือความสุข

ความสุข นั้นหาได้ไม่ยาก แม้แต่ในชีวิตที่วุ่นวายในสังคม ในครอบครัวที่แยกแตก ขาดความอบอุ่น หรือแม้แต่ คนที่ขี้เหร่ที่สุด ก็ย่อมหาความสุขนั้นได้ เพียงแต่ ความสุขนั้นไม่ได้แสวงหามาจากไหนไกลเลย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่วนเวียนอยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นที่ใจ ไม่ใช่สิ่งของ เงินตรา อะไรเลย เพียงแต่ต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่ ให้มองทุกอย่างด้วยความพิจารณา มองทุกอย่างด้วยความเป็นอนิจจัง รู้จักปล่อยวางและวางเฉยบ้างในบางเรื่อง หากทำได้ ชีวิตที่วุ่นวายอยู่นั้นจะสงบสุขมากขึ้น ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่ที่สิ่งแวดล้อมรอบกาย แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นตัวเรา ใจเราต้องมาก่อน ถามตัวเองก่อนว่าต้องการสิ่งใด การประพฤติตนเองใหม่เพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริงนั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกให้จิตเป็นสมาธิ ฝึกจิตให้ว่าง และ ฝึกจิตให้เข้มแข็งต่อสิ่งที่ยั่วยวนรอบๆ ตัว หมั่นพิจารณาถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบคอบ ใช้ชีวิตอย่างระวัง แสวงหาสุขที่แท้จริงให้ได้ รู้จักวิธีทำใจให้สงบก็จะพบความสุข